กลับไปฟีด
Getnotes
Getnotes12 ธ.ค.
GetNotes

ChatGPT GPT-5.2 ดีกว่า GPT-5.1 แค่ไหน? อัปเกรดแล้วได้อะไรเพิ่มบ้าง GPT-5.2 เปิดมาแบบไม่ใช่แค่อัปเดตเลขเวอร์ชัน แต่มันคือการอัปเกรดจาก “โมเดลช่วยงาน” → “โมเดลลงมือทำงานแทนเราได้จริง” โดยตรง ถ้าเทียบกับ GPT-5.1 แบบเน้นงานจริง มีอะไรที่ดีขึ้นชัดเจนบ้าง? 1. เก่งงานสายออฟฟิศ / knowledge work แบบเห็นตัวเลข • งานทำสไลด์ ทำสเปรดชีต ทำเอกสารงานจริง (GDPval) GPT-5.2 Thinking ชนะหรือทำได้เท่ามนุษย์มืออาชีพใน 70%+ ของเคส แถมเร็วกว่า และต้นทุนถูกกว่าจ้างคนทำหลายเท่า • งานสาย finance อย่าง spreadsheet model / LBO / 3-statement model คะแนนเฉลี่ยสูงกว่า GPT-5.1 ประมาณ 9 จุด (59 → 68) แปลแบบบ้านๆ: ถ้าคุณใช้ GPT-5.1 ทำสไลด์หรือไฟล์ Excel อยู่แล้ว พอเปลี่ยนเป็น GPT-5.2 คุณจะได้ “โครงงานที่ใกล้ของจริงมากขึ้น” แก้น้อยลง 2. Coding โหดขึ้นอีกขั้น (โดยเฉพาะงานระดับ production) • SWE-Bench Pro (โจทย์แก้บั๊กจริงหลายภาษา) GPT-5.1 Thinking: 50.8% GPT-5.2 Thinking: 55.6% • SWE-bench Verified (แก้ issue ใน repo จริง) GPT-5.1: 76.3% GPT-5.2: 80% ในชีวิตจริง = • แก้บั๊ก / implement feature ข้ามหลายไฟล์ได้ดีขึ้น • ทำ front-end UI แปลก ๆ / 3D / interactive จาก prompt เดียวได้เนียนขึ้น • เอาไปใช้เป็น “agent เขียนโค้ด” แทนการถามทีละบรรทัดได้จริงขึ้น 3. เข้าใจ context ยาว ๆ ดีกว่าเดิมแบบชัดเจน ถ้าเคยยัดเอกสารหลายร้อยหน้า, transcript, contract, โค้ดทั้ง repo ใส่โมเดลแล้วเริ่มหลุด GPT-5.2 แก้ปัญหานี้ได้ดีกว่า GPT-5.1 มาก • บน benchmark long-context (MRCRv2) GPT-5.2 เก็บรายละเอียดจาก context ยาว ๆ ได้แม่นกว่าในทุกช่วง • ที่ระดับ 100k–200k token ยังตอบได้ใกล้เคียง 100% ในบางเคส (โดยเฉพาะโจทย์ “หาข้อมูลเข็มในกองฟาง”) ใช้งานจริง: • อ่านรายงานทั้งบริษัทแล้วขอ “สรุป + insight + action plan” • อ่าน codebase ยาว ๆ เพื่อ refactor / rewrite ทั้ง service • วิเคราะห์สัญญา, research, meeting notes หลายไฟล์มารวมกัน 4. Vision & UI reasoning ดีขึ้นเยอะ GPT-5.2 มองภาพแล้ว “เข้าใจโครงสร้าง” ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน • บน benchmark GUI (ScreenSpot Pro) GPT-5.1: ~64% GPT-5.2: ~86% ผลที่เห็นได้จริง: • อธิบาย dashboard, screenshot ระบบ, wireframe, ER diagram ได้ดีกว่า • ขอให้ช่วย “รีดีไซน์หน้าเว็บจากภาพ” / ให้ feedback UX จาก screenshot ใช้งานได้จริงมากขึ้น 5. Tool calling / Agent ทำงานหลายสเต็ปเนียนกว่าเดิม จุดใหญ่ของ GPT-5.2 คือ “เก่งเรื่องใช้ tools + agents” มากขึ้น • บน tau2-bench (customer support ที่ต้องเรียก tools หลายรอบ) GPT-5.2 ทำ workflow ยาว ๆ ได้แม่นกว่า GPT-5.1 ทั้งโหมด reasoning สูงสุด และโหมดเร็ว (no reasoning) ในโลกจริง = • ใช้เป็น mega-agent ตัวเดียว เรียก 10–20 tools ได้ • ต่อกับระบบ CRM, ticket, billing, analytics แล้วให้มันจัดการเคสแบบ end-to-end • ใช้ใน data pipeline: ดึงข้อมูล → วิเคราะห์ → generate report → เขียนสรุป + action 6. เรื่องความแม่น (factuality) ดีขึ้นเหมือนกัน จาก log ใน ChatGPT • สัดส่วนคำตอบที่ “มีข้อผิดพลาด” ของ GPT-5.2 ต่ำกว่า GPT-5.1 ประมาณ 30% ในเชิงอัตราส่วน แต่ยังไม่ใช่ว่าหายหลุด 100% → งานสำคัญยังต้องมี human review อยู่ดี 7. ราคาแพงขึ้นต่อ token แต่ “คุ้มขึ้นต่อคุณภาพ” • GPT-5.2 ใน API แพงกว่า GPT-5.1 ต่อ 1M tokens • แต่จากการเทสต์หลายงาน GPT-5.2 ใช้ token น้อยกว่าในการทำงานระดับคุณภาพเดียวกัน แปลว่า “จ่ายแพงขึ้นต่อ token แต่จ่ายน้อยลงต่อ 1 งานที่เสร็จดีจริง” สรุปง่าย ๆ สำหรับการเลือกใช้ในงานจริง: • ถ้างานทั่วไป / แชทเร็ว / เขียนคอนเทนต์: GPT-5.2 Instant = ตัวหลักแทน GPT-5.1 Instant • ถ้างานจริงจัง / โค้ด / เอกสารยาว / project-based: GPT-5.2 Thinking = default ใหม่ แทน GPT-5.1 Thinking • ถ้างานยากมาก / critical / ต้องการคุณภาพสูงสุด: GPT-5.2 Pro = ใช้เวลาแลกคุณภาพ (และแลกค่าใช้จ่าย) คำถามคือ: ปี 2026 เราจะยังใช้โมเดลแค่ “ช่วยคิดทีละคำถาม” หรือจะเริ่มใช้ GPT-5.2 เป็น “พนักงาน AI ที่ทำงานยาว ๆ ให้เรา” จริงจังสักที? #getnotes #ChatGPT52 #GPT52 #GPT51 #AIUpdate #AIForWork #AIWorker #DevTool #DataTool #Productivity

รูปภาพจากโพสต์ของ Getnotes
0

คอมเมนต์

0 ความคิดเห็นในโพสต์นี้

ฟีดทั้งหมด
G
คุยแบบสุภาพและช่วยกันต่อยอด

ยังไม่มีคอมเมนต์

เป็นคนแรกที่เริ่มคุยใต้โพสต์นี้ได้เลย